AI เพื่อการศึกษา

รู้จัก Gemini 4 Argon: AI รุ่นท็อปตัวใหม่ของ Google ครูอาชีวะใช้ทำอะไรได้ และต้องระวังอะไร

Google เปิดตัว Gemini 4 Argon โมเดลที่เน้นการคิดหลายขั้นตอนและงานชิ้นยาว ใครใช้ได้บ้าง ราคาเท่าไร ครูอาชีวะเอาไปช่วยงานอะไรได้ และข้อควรระวังเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เรียน สรุปไว้ในบทความเดียว (ข้อมูล ณ 14 ต.ค. 2569)

สารบัญ (9 หัวข้อ)Gemini 4 Argon คืออะไรจุดเด่นที่ควรรู้ตัวเลขผลทดสอบที่ประกาศไว้ใครใช้ได้บ้าง (ข้อมูล ณ 14 ตุลาคม 2569)ราคาสำหรับผู้ใช้ API (ต่อ 1 ล้านโทเคน)ครูอาชีวะเอาไปช่วยงานอะไรได้บ้างข้อควรระวังก่อนใช้งานสรุปแหล่งอ้างอิง

เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 Google ประกาศเปิดตัว Gemini 4 Argon ซึ่งเป็นโมเดล AI รุ่นท็อปตัวใหม่ แล้ววันที่ 13 ตุลาคม 2569 ก็เริ่มเปิดให้ใช้งานในวงกว้าง บทความนี้สรุปให้ครูและศึกษานิเทศก์ว่า Argon คืออะไร เก่งเรื่องไหน ใครใช้ได้บ้าง เสียเงินไหม และควรใช้ในงานสอนอย่างระมัดระวังตรงไหน

Gemini 4 Argon คืออะไร

Google เรียก Argon ว่าเป็น โมเดลหลักสำหรับงานที่ต้องใช้เหตุผล (flagship reasoning model) ออกแบบมาสำหรับงานที่ต้องคิดต่อกันหลายขั้นตอนจนได้ผลงานชิ้นใหญ่ เช่น เขียนและแก้โปรแกรมขนาดใหญ่ แก้โจทย์คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์เชิงลึก วิเคราะห์เอกสารด้านกฎหมายและการเงิน รวมถึงงานด้านความปลอดภัยไซเบอร์

ตามเอกสารข้อมูลโมเดลของ Google DeepMind นี่คือโมเดลที่สร้างขึ้นใหม่ ไม่ได้ดัดแปลงหรือฝึกต่อจากรุ่นก่อน ใช้โครงสร้างแบบ Mixture-of-Experts ที่เรียกใช้เฉพาะ "ผู้เชี่ยวชาญ" บางส่วนของโมเดลตามงานที่ได้รับ

จุดเด่นที่ควรรู้

  • คิดก่อนตอบ ปรับระดับได้ — ใน API เลือกให้คิดได้ 3 ระดับ (ต่ำ กลาง สูง) งานยากให้คิดนาน งานง่ายให้ตอบเร็ว
  • อ่านข้อมูลก้อนใหญ่ได้ในครั้งเดียว — รับข้อความ รูปภาพ วิดีโอ เสียง และ PDF ได้สูงสุดประมาณ 1 ล้านโทเคน เทียบได้กับเอกสารหลายเล่มรวมกัน
  • เขียนคำตอบยาวมากได้ — ผ่าน API ตอบได้ 65,536 โทเคนตามค่าเริ่มต้น และขยายได้ถึงประมาณ 1 ล้านโทเคนด้วยโหมดเขียนยาว (Google ระบุว่ารุ่นก่อนหน้าเขียนได้ราว 64K)
  • เข้าใจวิดีโอยาวและกราฟ — Google ชูความสามารถในการอ่านกราฟและสรุปวิดีโอที่ยาวหลายชั่วโมง
  • ใช้เครื่องมือได้ — ค้นข้อมูลจาก Google Search รันโค้ด เรียกฟังก์ชันของระบบอื่น และอ่านเนื้อหาจากลิงก์ที่ให้
  • เน้นงานด้านความปลอดภัยไซเบอร์ — Google ระบุว่า Argon ค้นหา ตรวจยืนยัน และแก้ช่องโหว่ของซอฟต์แวร์ได้เอง จึงเปิดให้กลุ่มผู้ดูแลความปลอดภัยที่ได้รับคัดเลือกใช้ก่อน

ตัวเลขผลทดสอบที่ประกาศไว้

แบบทดสอบวัดเรื่องผล
DeepSWE v1.1แก้ปัญหาซอฟต์แวร์จริง77.9% (Google ระบุว่าสูงที่สุดในปัจจุบัน)
LVBenchเข้าใจวิดีโอยาว91.7%
AutomationBench (Zapier)ทำงานอัตโนมัติหลายขั้นตอน51.3% (อันดับ 1)
Vals Index (Vals AI)ดัชนีรวมจากผู้ทดสอบภายนอก68.90% อันดับ 1 จาก 48 โมเดล

ข้อสังเกต: ตัวเลขส่วนใหญ่มาจาก Google เอง มีเพียง Vals Index ที่เป็นผู้ทดสอบภายนอก ควรอ่านเป็น "แนวโน้ม" มากกว่าคำรับประกันว่าจะทำงานของเราได้ดีเท่ากัน

ใครใช้ได้บ้าง (ข้อมูล ณ 14 ตุลาคม 2569)

ช่องทางใช้ Argon ได้ไหมหมายเหตุ
แอป Gemini บัญชีฟรียังไม่ได้Google ยังไม่ประกาศกำหนดการ
Google AI Proกำลังทยอยเปิดเริ่ม 13 ต.ค. 2569 บางบัญชีอาจยังไม่เห็นตัวเลือก
Google AI Ultraได้ใช้ได้ทั้งในแอป Gemini และ Google AI Studio
Google AI Studio / Gemini API ระดับฟรีไม่ได้Google ระบุชัดว่าไม่มีในระดับฟรี
Gemini API แบบชำระเงินได้ชื่อโมเดล gemini-4-argon

ราคาสำหรับผู้ใช้ API (ต่อ 1 ล้านโทเคน)

  • ถึง 30 พ.ย. 2569: ขาเข้า 2 ดอลลาร์ · ขาออก 10 ดอลลาร์ (ขาออกนับรวมโทเคนที่ใช้คิดด้วย)
  • ตั้งแต่ 1 ธ.ค. 2569: ขาเข้า 4 ดอลลาร์ · ขาออก 20 ดอลลาร์ (แพงขึ้นเท่าตัว)

ครูอาชีวะเอาไปช่วยงานอะไรได้บ้าง

สำหรับครูที่มีสิทธิ์ใช้งานแล้ว ความสามารถอ่านข้อมูลก้อนใหญ่และคิดหลายขั้นตอนเหมาะกับงานเหล่านี้

  1. อ่านเอกสารยาวทั้งชุด — แนบมาตรฐานอาชีพ คู่มือ หรือหลักสูตรรายวิชาฉบับเต็ม แล้วถามว่าหัวข้อไหนสอดคล้องกับสมรรถนะรายวิชาของเรา ไม่ต้องตัดแบ่งเอกสารเป็นท่อน ๆ
  2. ดูคลิปสาธิตการปฏิบัติงาน — ให้สรุปขั้นตอนพร้อมเวลาในคลิป จุดที่ต้องระวังด้านความปลอดภัย แล้วใช้เป็นร่างรายการประเมินในแบบประเมินภาคปฏิบัติ
  3. ช่วยสอนวิชาคอมพิวเตอร์และโปรแกรมมิ่ง — อธิบายโค้ดของผู้เรียนทีละบรรทัด ชี้จุดที่ผิด และเสนอวิธีแก้ เพื่อใช้เป็นตัวอย่างประกอบการสอน
  4. อ่านกราฟและตารางข้อมูล — ช่วยตีความผลการทดลองหรือข้อมูลวิจัยในชั้นเรียน แล้วร่างคำอธิบายผลให้ครูนำไปปรับต่อ
  5. ร่างเอกสารชิ้นใหญ่ — เช่น โครงร่างคู่มือ ชุดใบความรู้หลายหน่วย หรือรายงาน ที่ต้องการความต่อเนื่องตลอดทั้งเล่ม

ทุกงานข้างต้น ครูคือผู้ตัดสินสุดท้าย AI ช่วยร่างและช่วยคิด แต่ความถูกต้องของเนื้อหา ความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน และความเหมาะสมกับผู้เรียน ยังเป็นหน้าที่ของครู

ข้อควรระวังก่อนใช้งาน

  • อย่าใส่ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เรียน — ชื่อ-นามสกุล เลขประจำตัว คะแนนรายคน หรือรูปถ่าย ในแอป Gemini ถ้าเปิดการเก็บประวัติกิจกรรม (Keep Activity) ไว้ แชทอาจถูกนำไปพัฒนาโมเดลและอาจมีเจ้าหน้าที่อ่าน แม้จะเป็นแพ็กเกจที่เสียเงินก็ตาม ควรตัดข้อมูลที่ระบุตัวตนออกก่อนเสมอ ตามหลัก PDPA
  • ตรวจข้อเท็จจริงทุกครั้ง — โมเดลรุ่นท็อปก็ยังตอบผิดได้ โดยเฉพาะตัวเลข ชื่อมาตรฐาน และเลขรหัสวิชา
  • ระวังค่าใช้จ่าย — ผู้ที่ใช้ผ่าน API ราคาจะเพิ่มเป็นเท่าตัวตั้งแต่ 1 ธ.ค. 2569 และงานที่ให้คิดลึกจะใช้โทเคนขาออกมาก
  • ข้อมูลเปลี่ยนเร็ว — สิทธิ์การใช้งาน ราคา และขีดจำกัดอาจเปลี่ยนภายในไม่กี่สัปดาห์ ควรตรวจกับหน้าทางการของ Google ก่อนตัดสินใจซื้อแพ็กเกจ

สรุป

Gemini 4 Argon เป็นก้าวสำคัญของ AI ในด้านการคิดหลายขั้นตอนและการทำงานกับข้อมูลก้อนใหญ่ แต่ตอนนี้ยังเป็นของ ผู้ที่สมัครแพ็กเกจเสียเงิน สำหรับครูส่วนใหญ่ เครื่องมือที่ใช้อยู่ ทั้งแอป Gemini รุ่นฟรีและระบบทำแผนการสอนของ NITED ยังเพียงพอกับงานประจำวัน ถ้ามีโอกาสได้ลองใช้ Argon แนะนำให้เริ่มจากงานที่อ่านเอกสารยาวหรือดูคลิปยาว เพราะเป็นจุดที่เห็นความต่างจากรุ่นเดิมได้ชัดที่สุด


แหล่งอ้างอิง

เขียนโดย

นายธนสาร รุจิรา

ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ
หน่วยศึกษานิเทศก์
9 บทความ · 0 ผู้ติดตาม

ความคิดเห็น 0

ยังไม่มีความคิดเห็น — มาเป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น

บทความอื่นของ นายธนสาร รุจิรา

การจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ

PjBL ฉบับ สอศ. + AI ตอนที่ 1: ภาพรวม 6 ขั้น และหลัก “AI ช่วยได้ แต่ไม่ทำแทน”

สรุปแนวทางการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐานของหน่วยศึกษานิเทศก์ สอศ. ทั้ง 6 ขั้น ประเภทโครงงาน 4 แบบ รูปแบบการจัด และวิธีเติม AI เข้าไปในทุกขั้นโดยไม่ให้ AI ทำงานแทนผู้เรียน พร้อมคู่มือ Prompt 178 ข้อที่ใช้ได้ทันที

การจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ

PjBL ฉบับ สอศ. + AI ตอนที่ 2: ขั้นที่ 1 การเตรียมความพร้อม — วางขอบเขตและกติกาให้ชัดก่อนเริ่ม

ขั้นที่ 1 ของการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐานตามคู่มือ สอศ. ครูวางขอบเขต แหล่งเรียนรู้ ผู้เรียนร่วมกำหนดเกณฑ์ประเมิน พร้อมวิธีใช้ AI ช่วยวิเคราะห์รายวิชา ทำเช็กลิสต์ความพร้อม และร่างเกณฑ์ และจังหวะตกลงกติกาการใช้ AI กับผู้เรียน

การจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ

PjBL ฉบับ สอศ. + AI ตอนที่ 3: ขั้นที่ 2 การกำหนดและเลือกหัวข้อ — ให้ AI ช่วยคิด แต่ปัญหาต้องมาจากของจริง

ขั้นที่ 2 ตามคู่มือ สอศ. ผู้เรียนร่วมกันหาหัวข้อ ศึกษาความเป็นไปได้และความคุ้มค่า แล้วเสนอครูเห็นชอบ พร้อมวิธีใช้ AI ตั้งคำถามขับเคลื่อน ระดมไอเดีย วิเคราะห์ความเป็นไปได้ และวิธีที่ครูใช้ AI ตรวจว่าไอเดียมาจากข้อมูลจริงหรือ AI แต่ง